อันนี้ก็เป็นอีกหัวข้อที่งงงวยมาก แต่เบื้องต้นก็เข้าใจว่า Particles หรือ คำช่วย นั้นเป็นตัวฮิรากานะที่เราใส่ไว้หลังคำ เพื่อกำหนดหน้าที่ทางด้านไวยากรณ์ของคำนั้นๆ (แปลเองยังงงเองเลย -__-)

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ การเลือกใช้คำช่วยให้ถูกต้องนั้นสำคัญมาก เพราะอาจมีผลให้ความหมายของประโยคนั้นเปลี่ยนไปได้เลยทีเดียว

คำช่วยตัวแรกที่จะทำความรู้จักคือ

1.  Topic particle  は

ออกเสียงว่า / wa / เป็นตัวบอกว่า เรากำลังพูดถึงอะไรในประโยคนั้นๆ เช่น

ボブ:アリス学生? /  Bob: Is Alice (you) student?
アリス:うん学生。/  Alice: Yeah, (I) am.

2.  も inclusive topic particle

เหมือนกับ also ในภาษาอังกฤษ เช่น

ボブ:アリス学生? /  Bob: Is Alice (you) student?
アリス:うん、トム学生。/  Alice: Yeah, and Tom is also student.
アリス:ううん、トム学生じゃない。/  Alice: No, and Tom is also not student.

จากตัวอย่างจะเห็นว่า ใช้ も เมื่อคำตอบนั้นสอดคล้องกัน แต่ถ้ามันไม่สอดคล้องกัน จะใช้ は มาเป็นตัวช่วยแทน เช่น
アリス:うん、でもトム学生じゃない。/  Alice: Yeah, but Tom is not student.

3.  が identifier particle

จากตัวอย่างที่ 1 กับ 2 จะเห็นว่า Alice คือหัวข้อที่เราพูดถึง แต่จะทำยังไงถ้าเราไม่รู้ว่าพูดถึงใคร เช่น เราไม่ถามว่า “Is who the student?” เพราะเราไม่รู้ว่า who คือใครกันแน่ เพราะงั้นเราใช้คำช่วย が เข้ามา

ボブ:誰学生? /  Bob: Who is the one that is student?
アリス:ジョン学生。/  Alice: John is the one who is student.

「は」 and 「が」เป็นคำที่ใกล้กันมาก โดยเฉพาะตอนแปลเป็นภาษาอังกฤษ ความหมายมันจะเหมือนกัน แต่เท่าที่อ่านๆ มา เข้าใจว่า  ใช้กับสิ่งที่เรารู้ว่าเรากำลังพูดถึงใคร / อะไร มากกว่า เช่น

学生? /  Who is the one that is student? –> หาว่าใคร (จากหลายคน) คือนักเรียน
学生誰? /  (The) student is who?  –>  นักเรียนคนนั้นคือใคร

ประโยคตัวอย่างด้านล่าง จะเห็นว่าถ้าเราแปลเป็นภาษาอังกฤษ จะแปลได้เหมือนกัน

学生。/ I (am) student.  –>  As for me, (I am) student.
学生。/ I (am) student.  –>  I (am) the one (that is) student.

ถ้าจะแปลเป็นอังกฤษให้ชัดเจน เติมคำว่า “as for; about” สำหรับ topic particle และเติม “the one; the thing” สำหรับ identifier particle  เพื่อจะได้เห็นความแตกต่าง

สรุปตามที่เข้าใจก็คือ  ใช้แสดงว่าเรากำลังพูดถึงใคร/อะไร ส่วน  ใช้แสดงเจาะจงว่าสิ่งนั้นใคร/อะไร อาจมีหลายตัวเลือก 誰学生? คือ จากหลายๆ คนนั้น ใครคือนักเรียน ซึ่งอาจมีนักเรียนหรือไม่มีก็ได้

** ไม่ใช้ は กับคำที่เป็นคำถาม เช่น 何()いいですか?

Tae Kim’s guide