เริ่มต้นส่วนของไวยากรณ์ในบทเรียนของ Tae Kim

วันนี้ว่าด้วยเรื่อง Expressing state-of-being ไม่รู้จะแปลเป็นภาษาไทยว่าอะไร แต่คิดว่าคล้ายๆ กับประโยคบอกเล่า ล่ะมั้ง

Declaring something is so and so using 「だ」

ภาษาญี่ปุ่นไม่มี verb to be เหมือนในภาษาอังกฤษ ดังนั้นเวลาจะบอกว่าอะไรคืออะไรจะใช้ Hiragana /da/ ต่อท้าย คำนาม [noun] หรือ na-adjective เท่านั้น** เช่น

  1. 。/hito・da/  –> Is person.
  2. 学生。/gaku・sei/ –> Is student.
  3. 元気。/gen・ki/ –>  Is well.

บางครั้งเราอาจไม่ต้องใช้ だ ต่อท้ายก็ได้ ประมาณว่าละไว้ในฐานที่เข้าใจ ซึ่งในทางแกรมม่าใช้ da เพื่อเน้นให้ชัดเจนขึ้น

ประโยคปฏิเสธ [ negative] และประโยคในรูปอดีต [ past tense ] ในภาษาญี่ปุ่น ใช้การผันคำนาม และ adjective เพื่อแสดงให้เห็นว่าประโยคนั้นๆ เป็นประโยคปฏิเสธ หรือ อดีต

Conjugating to the negative state-of-being

ประโยคปฏิเสธ ใช้   じゃない   ต่อท้าย noun หรือ na-adjective เช่น

  1. 学生じゃない。/gaku・sei・janai/ –>  Is not student.
  2. 友達じゃない。/tomo・dachi・janai/ –> Is not friend.
  3. 元気じゃない。/genki・janai/ –> Is not well.
Conjugating to the past state-of-being

รูปอดีต [something was something] ใช้ だった ต่อท้าย noun หรือ na-adjective เช่น

รูปอดีตปฏิเสธ ใช้ じゃな  ตามด้วย  かった -> じゃなかった  เช่น 友達じゃな → 友達じゃなかった

  1. 学生だった。/gaku・sei・datta/  –>  Was student.
  2. 友達じゃなかった。/tomo・dachi・jana・katta/  –>  Was not friend.
  3. 元気じゃなかった。/genki・jana・katta/ –>  Was not well.