จำได้แม่นเลยตอนที่เจอชื่นใจครั้งแรก

วันนั้นเราเดินไปเซเว่นฯหน้าปากซอย ผ่านวัดใกล้บ้าน ซึ่งปกติเราจะเดินทะลุวัดเพื่อไปที่ถนนใหญ่

วันนี้นพอก้าวข้ามธรณีประตูวัดเข้าไป ก็มีแมวน้อยสีครีมตัวนึงวิ่งออกมาหา ตัวเล็กกระจิ๊ดเดียว ขนบางๆ ฟูๆ อายุน่าจะประมาณ 2 เดือน

น่ารักมาก เป็นมิตรสุดๆ เดินตามเราตลอด จนเราต้องหยิบไปไว้ที่สูงกลัวหมากัด

พยายามเอาชนะใจตัวเองสุดๆ ไม่ให้อุ้มกลับบ้าน

  

พอไปเซเว่นฯกลับมา เลยเดินเลี่ยงมาอีกทางนึงเพื่อจะได้ไปต้องเข้าไปในวัด แต่ยังไงก็ต้องผ่านประตูที่เจอน้องแมวอยู่ดี

พยายามจะไม่เดินกลับไปดู แต่ก็อดไม่ได้ ต้องแวะเข้าไปดู

ปรากฏว่าพอเราก้าวข้ามธรณีประตูไป เธอก็วิ่งเข้ามาหาเหมือนเดิม … ตอนนั้นคิดในใจ โอ๊ยยย ไม่ไหวแล้วช้านนนนนนน

เลยพูดกับคุณเธอว่า ถ้าเธอตามชั้นไปถึงตรงโน้น ชั้นจะพาเธอไปอยู่ด้วย

ผลก็คือ เธอสามารถวิ่งต๊อกแต๊กตามไปจริงๆ (เดินประมาณ 10 ก้าว)
cat on the bottom
ปัจจุบัน ชื่นใจ โตเป็นสาวสวยแล้ว แถมขี้วีน เหวี่ยงสุดๆ กิจวัตรประจำวันของเธอคือการไม่พอใจไปทุกสิ่งอย่าง และมักปลีกวิเวกไปนอนในที่ลับตาคน

เวลาเราจับหรืออุ้ม เธอก็พร้อมจะทำหน้าไม่พอใจและส่งเสียงคำรามในลำคอใส่เราผู้เป็นเจ้าของเสมอ

ทำให้หลังๆมานี่ เรามักจะคิดถึงวัยเด็กที่น่ารัก ขี้เล่น และขี้อ้อนของชื่นใจเสมอๆ

นี่แหละที่เค้าบอกว่า “ไม่มีใครเป็นเจ้าของแมวของตัวเองได้ – As every cat owner knows, nobody owns a cat….. [Ellen Perry Berkeley]”

แค่ขอให้ชื่นใจมีความสุข สุขภาพแข็งแรงก็พอแล้วล่ะ

^______^