วันลอยกระทงปีนี้ตรงกับวันพฤหัส ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔

หลายคนบ่นว่าลอยกระทงปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะหลายจังหวัดต้องประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ รวมถึงเมืองหลวงของประเทศไทย – กรุงเทพมหานครด้วย

น้ำท่วมในปีนี้ ว่ากันว่าเป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางด้านทรัพย์สิน สังคม และศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ หลายคนได้เรียนรู้ และได้รับบทเรียนต่างๆมากมาย แม้มูลค่าที่เราต้องจ่ายไปกับการเรียนครั้งนี้ จะค่อนข้างราคาแพงเกินไป  แต่ก็หวังว่าทั้งภาคประชาชนและรัฐบาลจะได้นำความรู้ที่ได้ในครั้งนี้ มาทบทวน ปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประเทศในอนาคต

กลับมาพูดถึงเทศกาลลอยกระทงกันต่อดีกว่า ในปีนี้อย่างที่รู้กันว่าเกิดน้ำท่วมขยายเป็นวงกว้างในเขตต่างๆของกรุงเทพมหานคร ทำให้กทม.ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนให้งดลอยกระทงในเขตพื้นที่ประสบภัย เพราะอาจก่อให้เกิดอัคคีภัย รวมถึงขยะจำนวนมหาศาล ที่ตอนนี้ทางกทม.ไม่มีความสามารถในการจัดเก็บได้อย่างเต็มที่

แต่เท่าที่เห็น ปีนี้คนทั่วไปก็ยังคงให้ความสำคัญกับเทศกาลลอยกระทง บางส่วนต้องการรักษาประเพณีที่ทำสืบทอดกันมา บางส่วนต้องการงานรื่นเริงเพื่อคลายเครียดกับปัญหาที่ต้องพบเจอมาตลอดเดือน และบางส่วนต้องการขอขมาต่อแม่คงคา และขอให้ระดับน้ำที่ท่วมสูงลดลงโดยเร็ว

ไม่ว่าจะเพราะหรือเพื่ออะไร การรักษาวัฒนธรรมประเพณีของชาติก็เป็นสิ่งดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าประเพณีนั้นๆ สามารถกระตุ้นและรักษาจิตสำนึกด้านดีของคนในชาติไว้

สำหรับเรา ลอยกระทงปีนี้ก็เหมือนกับทุกๆปี เพียงแต่รู้สึกว่าบรรยากาศจะสนุก คึกคักมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ มีทั้งคนขายและลอยกระทงกันค่อนข้างหนาตา ผิดแต่เสียงพลุ ประทัดที่ดูจะเบาบางกว่าทุกปี รวมทั้งตามโรงแรมก็ไม่มีการจุดพลุเฉลิมฉลอง

สิ่งที่สร้างความประหลาดใจและรอยยิ้มให้เราสำหรับปีนี้ ก็คงจะเป็น ‘กระเทียม’ ที่เด็กๆชอบเอามาปาเสียงดังแป๊ะๆ แต่ดูเหมือนปีนี้กระเทียมที่เรารู้จัก ปาเล่นกันมาตั้งแต่เด็กจะมีหน้าตาเปลี่ยนไป คือเปลี่ยนเป็นแท่งเล็กๆ แทนที่จะมีหน้าตาเหมือนกับกระเทียมจริงๆเหมือนเมื่อก่อน

แต่ถึงหน้าตาจะเปลี่ยนไปยังไง เสียงเป๊าะๆ แป๊ะๆ ก็ยังสร้างรอยยิ้มให้กับ ‘ผู้ปา’ ได้ไม่เปลี่ยนแปลง ^^;