อ่านเจอเรื่องเล่าส่วนพระองค์ในนิตยสาร ผาสุก ของบริษัท ไทยประกันชีวิต ถึงจะเป็นเรื่องที่เคยอ่านเจอหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังอ่านได้ไม่รู้เบื่อ

ในหลวงไม่โปรดเสวยปลานิล เพราะทรงเลี้ยงมาเหมือนลูก 

ต้องไม่ลืมว่า “ในหลวง” ไม่โปรดเสวยปลานิล
ทุกครั้งที่มีผู้นำปลานิลไปตั้งเครื่องเสวย จะโบกพระหัตถ์ให้ย้ายไปไว้ที่อื่นโดยไม่รับสั่งอะไรเลย
จนวันหนึ่งมีผู้กล้าหาญชาญชัยกราบบังคมทูลถามว่า เพราะเหตุใดจึงไม่โปรดเสวยปลานิล
มีกระแสรับสั่งว่า
“ก็เลี้ยงมันมาเหมือนลูก แล้วจะกินมันได้อย่างไร”

เรื่องนี้มีตำนาน
ตำนานเมื่อ ๒๔ ปีก่อนราวพุทธศักราช ๒๕๒๔ แรกครั้งพระจักรพรรดิอากิฮิโตยังทรงฐานนันดรศักดิ์เป็นมกุฎราชกุมาร ได้ส่งปลานิลทางเครื่องบินจำนวน ๑๐๐ ตัว มาทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง
ปรากฏว่าเมื่อเดินทางถึงกรุงเทพฯ ปลาตายเกือบหมด เหลือรอดอย่างใกล้ตายเพียง  ๑๐ ตัว
ในหลวงทรงเป็นห่วงเป็นใยปลานิลเหล่านี้ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้นำไปไว้ในพระที่นั่งและทรงเลี้ยงอย่างประคบประหงม จนปลานิลทั้ง ๑๐ ตัวรอดชีวิต
จนปลานิลทั้ง ๑๐ ตัวได้สนองพระเดชพระคุณแพร่พันธ์ไปอีกมากมายตามพระราชประสงค์ เป็นอาหารคนไทย ๖๒ ล้านคนมาจนถึงทุกวันนี้

**ที่มา ผู้จัดการรายสัปดาห์ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๓

ในหลวงทรงใช้ของธรรมดา-ธรรมดา ในห้องทรงส่วนพระองค์ 

เคยมีผู้ถาม “ลัดดา” ด้วยประโยคที่ลัดดาเคยถามตัวเองในใจบ้างเหมือนกันว่า
ในหลวงของเราทรงใช้แปรงสีฟัน สบู่ มีดโกนหนวด และแชมพูสระพระเกศายี่ห้อใด ในห้องทรงส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักจิตรลดาฯ
“ลัดดา” มีคำตอบสั้นๆ ว่า
ทุกคนคงแปลกใจเมื่อทราบว่า ของใช้ต่างๆ ในห้องทรงส่วนพระองค์ ล้วนเป็นของธรรมดา-ธรรมดาอย่างที่เราๆ ใช้กัน
กลาวคือ แปรงสีฟันและยาสีฟันยี่ห้อฟลูโอคารีล สบู่เหลวอาบน้ำยี่ห้อบาเดคาส มีดโกนหนวดกับใบมีดยี่ห้อยิลเลตต์ และแชมพูสระพระเกศายี่ห้อทอสก้า ๔๗๑๑ และควรทราบด้วยว่า พระองค์ท่านทรงประหยัดเป็นอันมากกับของใช้เหล่านี้ บางอย่างเช่นหลอดยาสีฟัน จะทรงบีบยาและม้วนหลอดจนถึงที่สุด ส่วนสบู่เหลวจะทรงใช้จนหยดสุดท้าย

**ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๔

คัดลอกจาก นิตยสารผาสุก
ปีที่ ๓๔ ฉบับที่ ๒๗๓
มกราคม – เมษายน ๒๕๕๔

**ลัดดา คือผู้เชียนหนังสือ “ใกล้เบื้องพระยุคลบาท”