“ละไม” แมวตัวอ้วนๆป้อมๆ ที่ตอนนี้อายุครบ 7 ขวบไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถ้าเป็นคนเธอตัวนี้ก็คงอายุปาเข้าไปประมาณ 44 ปีแล้วล่ะมั้ง

ที่ผ่านมาละไมเป็นแมวที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี ไม่เคยป่วยกระเสาะกระแสะให้ต้องหนักใจเลย

แต่คงเป็นเพราะอายุมากขึ้น สองเดือนที่ผ่านมานี้ ละไม เริ่มมีอาการป่วยให้เห็น คือ นอน ซึม ไม่ค่อยกินข้าว ตอนแรกๆก็นึกว่าเป็นหวัดธรรมดา เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงอากาศเปลี่ยน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว แต่ซักระยะเราถึงค่อยสังเกตุเห็นว่าตัวเค้าเริ่มเหลือง และน้ำหนักลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด

พาไปหาหมอรักษาตัวอยู่ที่คลินิค หมอไม่ได้สรุปว่าเป็นโรคอะไร ได้แต่รักษาตามอาการ ระบุผลเลือดว่าค่าไตสูง ผ่านไปประมาณหนึ่งอาทิตย์ อาการดีขึ้นมาก ตัวหายเหลือง กินข้าวได้ … เย้ๆ ^^

ตอนแรกก็นึกว่าหมดเรื่องให้กังวลแล้ว แต่พอผ่านไปอีกซักอาทิตย์นึง ละไมก็เริ่มกลับมาตัวเหลืองอีก คราวนี้เราพาไปรักษาที่คลินิกใกล้บ้าน หมอตรวจเลือดแล้ว บอกว่าทุกอย่างปกติ แต่จ่ายยา Vibravet : ยาฆ่าเชื้อแบบก้างปลา (ยาปฏิชีวนะ) มาให้ และเพิ่มเติมให้กังวลด้วยว่าถ้ากินยาหมดหลอดแล้วยังไม่หาย ก็ควรพาไปเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาล เพราะอาจมีปัญหาที่ถุงน้ำดี

… เครียด …

ตัดสินใจพาละไมกลับไปหาหมอที่เคยไปครั้งแรก เพราะคิดว่าเราอาจจะดูแลไม่ดีพอ …

หมอที่คลินิกเดิมแถวท่าพระ แนะนำว่า นิ่วในถุงน้ำดีในแมวนั้นพบยากมาก กรณีของละไมก็ไม่น่าจะใช่ หมอเลยแนะนำให้รักษาตามอาการแล้วดูผลไปก่อน

ส่งละไมไปรักษาที่คลินิกตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 26 ธ.ค. 2553 เป็นอันว่าปีนี้ ละไมต้องเค้าดาวน์ที่คลินิก …

เมื่อวานนี้ วันจันทร์ที่ 10 ม.ค. 2554 ไปรับละไมกลับบ้าน .. ตัวก็หายเหลืองแล้ว หมอบอกว่ากินข้าวได้มากแล้วเหมือนกัน อาการทั่วไปดีขึ้นมาก เสียก็แต่น้ำหนักลดไปตั้ง 2 กิโลฯ กว่าจะทำน้ำหนักให้อ้วนกลมเหมือนเดิม คงอีกนาน

ตอนนี้ละไมกลับมารักษาตัวที่บ้านแล้ว หมอจ่ายยามาให้กินอีก 1 อาทิตย์ เป็นยาบำรุงตับ และยาฆ่าเชื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อจะไม่กลับมาอีก

สรุปว่า ระบุชื่อโรคไม่ได้ แต่คิดว่าที่ละไมป่ายคราวนี้น่าจะเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

………