รู้สึกว่าลอยกระทงปีนี้ คนจะคึกคักมากกว่าปีที่แล้วซะอีก แม่ค้ากระทงหน้าบานกันเป็นแถบ เพราะกระทงที่เตรียมไว้ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ 3 ทุ่มหน่อยๆ

กระทงปีนี้ก็ยังคงเป็นเทรนเดิม คือใช้วัสดุจากธรรมชาติ ส่วนมากเป็นใบตอง ดอกไม้สดต่างๆ  กระทงขนมปังก็ยังพอมีให้เห็นบ้าง ราคาก็เริ่มต้นที่ 20 บาท และแพงขึ้นตามระดับความสวยงาม

ส่วนตัวแล้วเราไม่ค่อยชอบกระทงขนมปังเท่าไหร่ เพราะคิดว่ามันน่าจะทำให้น้ำเสียมากกว่าจะช่วยลดมลพิษ อย่างกระทงใบตองตอนเช้าเรายังเก็บขึ้นจากแม่น้ำมาได้ แต่ขนมปังมันคงละลายไปกับน้ำ ปลาก็คงไม่ค่อยได้มากินกันเท่าไหร่

เพิ่งรู้ว่าใบตองที่ใช้ทำกระทงคือ ใบตองตานี ..ได้ยินแบบนี้แล้วขนหัวลุกยังไงไม่รู้ … แต่คุณแม่ค้าบอกมาว่า ใบตองตานีจะเหนียวกว่าใบตองแบบอื่น ทำให้จับจีบแล้วไม่แตก ก็เลยเหมาะสำหรับทำกระทงที่สุด หาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด ไม่ได้หายากอย่างที่คิด

ตะกร้อลอดห่วงแล้วที่เพิ่มสีสันให้คืนลอยกระทง ใกล้ๆบ้านเราให้คึกคักมากขึ้นก็คือ การแข่งขันตะกร้อลอดบ่วง(ห่วง) ซึ่งเป็นกีฬาพื้นบ้านของชาวภาคกลาง ถือเป็นกีฬายอดฮิตของคนรุ่นใหญ่ เพราะส่วนใหญ่ที่เห็นนักกีฬาล้วนเป็นคนรุ่นพ่อทั้งนั้น ^^

กติกาการเล่นสำหรับคนดูอย่างเราก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก คือทีมไหนคะแนนมากสุดก็ชนะไป แต่เราไม่ค่อยแน่ใจเรื่องการให้คะแนนเท่าไหร่ เพราะจำได้สมัยเด็กๆ คะแนนจะที่ได้จะขึ้นอยู่กับท่าที่ทำให้ลูกเข้าบ่วงด้วย แต่หลังๆนี่รู้สึกว่าจะแข่งกันแบบสากลมากขึ้น คือให้คะแนนเท่ากันทุกลูก ไม่ว่าจะใช้ท่าอะไร พอจบเกมส์แล้วคะแนนเท่ากัน ก็ค่อยเอาท่ามาตัดสินอีกทีนึง ว่าทีมไหนใช้ท่ายากมากกว่ากันก็จะชนะไป … อันนี้เขียนตามที่เข้าใจ ผิดถูกต้องขออภัยด้วย…

อารมณ์การดู มาคิดแล้วก็คงคล้ายๆกับการดูเทนนิส จะต่างกันก็ตรงที่ตอนดูเทนนิสเราต้องส่ายหัวไปมา แต่ตอนดูตะกร้อเราต้องผงกหัวขึ้นลง ตามจังหวะการเตะลูก พร้อมๆกับลุ้นว่าลูกจะลงห่วงหรือไม่

ปีนี้เราก็ไม่ได้ลอยกระทงตามปกติ แต่ได้ดูผู้คน กับบรรยากาศครึกครื้น ปิดท้ายด้วยพลุฉลองลอยกระทงริมฝั่งเจ้าพระยา ก็ทำให้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ข้ามวันกันเลยทีเดียว ;D

สำหรับใครที่สนใจกติกาการแข่งขันตะกร้อ ก็ลองเข้าไปอ่านกันดูนะ
http://www.prapayneethai.com/th/amusement/center/view.asp?id=0136
http://www.takraw.or.th/th/hoop.htm