ชาวพุทธทุกคนรู้ว่า วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา และยังรู้อีกว่าถัดจากวันอาสาฬหฯก็เป็นวันเข้าพรรษา
 
ชาวพุทธเกือบทุกคนรู้ว่า วันอาสาฬหบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก โดยการแสดงปฐมเทศนา โปรดพระปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน จนพระอัญญาโกณฑัญญะได้บรรลุธรรม และขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้เป็นวันแรกที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นครบองค์พระรัตนตรัย
 
กิจกรรมทางศาสนาตามปกติก็คือ ทำบุญตักบาตรตอนเช้า และเวียนเทียนตอนเย็น เหล่านี้ถือเป็นกิจกรรมของชาวพุทธเกรดเอ แต่สำหรับชาวพุทธตกเกรดอย่างเรา ที่ไม่ได้ตักบาตร – เวียนเทียนมาหลายปี แม้ว่าบ้านจะอยู่ห่างวัดไม่ถึง 200 เมตรก็ตาม
 
กิจกรรมสำราญใจของเราในวันอาสาฬหบูชาก็คือ การเดินดูบรรยากาศงานบุญช่วงหัวค่ำ 
ที่วัดจะมีการฉลองเทียนพรรษา ให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสทำบุญหล่อเทียนพรรษากัน ก่อนที่จะมีขบวนแห่เทียนในตอนเช้า เป็นประเพณีที่จัดกันทุกปี
 
แน่นอนว่างานวัดจะครึกครื้นไปไม่ได้ ถ้าขาดพ่อค้า-แม่ขาย เริ่มจับจองพื้นที่ตั้งร้านเตรียมตัวขายของกันตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนเริ่มคึกคักกันช่วงเย็นๆ ประมาณ 6 โมง เพราะมีสิงโตหลายคณะมาประชันกัน เด็กเล็กๆตั้งใจดูสิงโต ตุ้งแช่ กันอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะตอนต่อตัว ..ขาหนึ่ง ขาสอง … ด้วยล่ะก็ แหงนหน้าดูกันคอตั้งบ่า ประมาณว่ามองหอไอเฟิลอยู่ยังไงยังงั้น

ส่วนเราไม่ค่อยสนใจสิงโตเท่าไหร่ เพราะเสียงดังเกินไปสำหรับป้า ที่สนใจก็เป็นของกินซะมากกว่า เพราะงานวัด ถือเป็นงานรวมของกินที่หากินไม่ค่อยได้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ข้าวเกรียบว่าวร้อนๆ ข้าวโพดคั่ว ที่คั่วด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ และขนมเบื้องเจ้าอร่อย ฯลฯ

นอกจากร้านขายของกินหลายร้านแล้ว แน่นอนว่ายังมีร้านขายของเล่น ประเภททุกอย่าง 69 บาท (เมื่อก่อนแค่ 25 บาทเอง), ร้านระบายสีตุ๊กตาปูนพลาสเตอร์ และที่ขาดไม่ได้ก็ร้านตักปลา ด้วยกระชอนกระดาษ ที่ต้องอาศัยความสามารถส่วนตัวระดับเทพในการตักปลา

ถึงพ่อค้า-แม่ค้าเกือบทุกร้านจะเป็นเจ้าประจำ ที่มาตั้งร้านทุกครั้งที่วัดจัดงานรื่นเริง .. แต่กิจกรรมกินบรรยากาศ ก็เป็นเริ่องที่ทำได้ไม่เคยเบื่อเลยจริงๆ