มีเรื่องให้ป้าปรี๊ดดด..สุดๆ เลยมาระบายด้วยการเขียน…. 12.54 น.
 
ตอน ที่กำลังเขียนอยู่นี่ ข้างนอกฝนตกหนักมากๆ เหมือนกับที่เค้าพูดกันว่า ฝนตกอย่างกะหมากะแมว ไอ่ฮูม(ฟ้า) ก็ร้องเอาร้องเอา .. แมวขวัญอ่อนที่บ้านหลายตัววิ่งหนีเสียงไอ่ฮูมกันให้วุ่นไปหมด
 
ราวๆเที่ยงคืน ตอนฝนเริ่มลงเม็ดแรก เรากำลังอาบน้ำอยู่ พอได้ยินเสียงฝนกระทบหลังคา ก็นึกถึงกระต่ายที่ข้างบ้านเลี้ยงไว้ 2 ตัว 
ที่นึกถึงมันเพราะมันอยู่ในกรงนอกบ้าน ตรงที่วางกรงมีหลังคาจากชายคาบ้านยื่นออกมานิดหน่อย กรงวางติดกับพื้นปูน แล้วช่วงนี้ฝนตกหนักแถมบ่อย ทำให้มีน้ำขัง สูงร่วมๆนิ้วนึง แถมฝนตกหนักขนาดนี้ รับรองว่ามันต้องสาดจนกระต่ายเปียกแบบไม่มีที่หลบแน่นอน

พออาบน้ำเสร็จ เราก็เลยกางร่มออกไปดูมัน ..น่าสงสารมากๆ.. ภาพที่เห็นคือภาพกระต่ายสองตัว เบียดกันซะจนชิดกำแพง ตัวเปียกละอองฝนด้วย ไม่รู้มันจะกลัวเสียงไอ่ฮูมเหมือนแมวรึเปล่า

เราเลยหาพลาสติกมาคลุม กันไว้ข้างหน้ากรง ฝนจะได้ไม่สาด หวังว่าคงช่วยได้ในระดับนึง

เจ้าของกระต่าย 2 ตัวนี้ เป็นเด็กวัยรุ่น ไม่แน่ใจ แต่คงประมาณม.4 ธรรมดาแม่เราบอกว่าเห็นเค้าซื้อผักบุ้งมาให้มันกินทุกวัน แต่แค่ยัดผักบุ้งใส่กรง จะเรียกว่าเลี้ยงกระต่ายแล้วเหรอ?

เรากับข้างบ้านที่เลี้ยงกระต่ายนี่ค่อนข้างสนิทกัน แล้วก็มีผู้ใหญ่ที่นับถือกันอยู่ เราเลยเข้านอกออกในบ้านเค้าได้ตามสบาย แต่พอมารุ่นหลานนี่ไม่ค่อยสนิท หรือคุยกันเท่าไหร่ เพราะเด็กๆเค้าไม่ค่อยอยู่บ้าน หรือถ้าอยู่ก็ไม่ออกจากบ้านมาคุยกับใครเลย

ปกติเราก็ไม่ค่อยได้เดินเข้าไปแถวนั้น เพราะมันเป็นซอกเล็กๆ กว้างประมาณเมตรนิดๆ ไว้สำหรับเก็บของนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเดินผ่านซะมากกว่า

แต่เมื่อสองวันก่อน เราเดินเตร็ดเตร่ สำรวจไปเรื่อยๆ ถึงได้สังเกตุเห็นว่าในกรงกระต่ายไม่มีของกิน แถมจานน้ำดื่มก็ยังแห้งซะจนใยแมงมุมเกาะ เราก็เลยไปหาน้ำให้มันกินกัน แต่สังเกตุจากพฤติกรรมการตะกายกรง เราเดาว่ามันน่าจะหิวมากกว่า แต่ที่บ้านไม่มีอาหารกระต่าย หรือผักบุ้งให้มันกินเลย – มีแต่อาหารแมว – เราก็เลยไปเดินขอผักบุ้งตามบ้านต่างๆ ได้มา 5-6 ต้น ก็เอามาให้มันกินประทังหิวไปก่อน แล้วบอกให้แม่ซื้อผักบุ้งมาเผื่อตอนเช้าด้วย 1 กำ

ตอนบ่ายๆวันรุ่งขึ้น เราก็แวะไปดูมันอีก กะว่าถ้าเจ้าของมันให้กินอะไรแล้ว เราก็จะได้กินผักบุ้งไฟแดง แต่ปรากฎว่ากรงว่างเปล่า ไม่รู้ว่ากินหมดแล้ว หรือว่ายังไม่ได้ให้กันแน่ …แต่ยังไงเราก็เอาผักบุ้งไปให้มันอีก

ไม่รู้ว่ากระต่ายเค้าเลี้ยงกันยังไง แบบว่ามันกินนิดหน่อย วันละมื้อก็พอแล้ว หรือว่ามันต้องกินบ่อยๆเหมือนแมว ที่กินที่ละนิด แต่กินวันละหลายๆครั้ง

ที่เราโมโหจนต้องมาเขียนบำบัดอยู่เนี่ย ก็เพราะรู้สึกว่าเค้าไม่ค่อยจะดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงมากเท่าที่ควร บ้านก็ไม่ค่อยจะอยู่ แล้วคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน จะเลี้ยงสัตว์ไว้ที่บ้านได้ไง

กรงกระต่ายก็ชาติครึ่ง กว่าจะทำความสะอาดซักที… พูดแล้วก็เซ็ง

อย่างเมื่อก่อน เค้าเลี้ยงแมวเปอร์เซ๊ยผสมไว้ตัวนึง แบบว่าเลี้ยงให้อยู่แต่ในกรงกะกองอึกองฉี่ แถมเก็บไว้ในบ้านมืดๆ ทั้งวันทั้งคืน … ข้าวก็เททิ้งไว้กองพะเนิน กินหมดแล้วค่อยเทใหม่ หรือบางที่ก็ลืมเท  ส่วนน้ำสะอาดก็มีให้กินมั่งไม่มีมั่ง (บางคนอาจว่าเค้าก็เทให้กินจะบ่นไรอีก แต่หารู้ไม่ว่า แมวชอบกินอาหารเม็ดที่เทใหม่ๆเป็นที่สุด เพราะทั้งหอมและอร่อยกว่ากันเยอะ) 
ช่วงนั้นเราต้องเอาแมวตัวนี้ ออกมาเดินเล่นที่บ้านเราเกือบทุกวัน แถมยังต้องคอยไปเช็คดูว่าในกรงมีน้ำกับข้าวรึเปล่า

แบบว่าเศร้าแทนมัน อุตส่าห์เกิดเป็นแมวเปอร์เซียทั้งที น่าจะได้อยู่ที่ที่ดีกว่านี้มากๆ

ตอนนี้แมวตัวนี้ – ชิกเก้น – ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว เค้ายกให้คนอื่นไป ไม่รู้ชีวิตมันจะเป็นยังไงบ้าง

เขียนมาถึงตอนนี้ ความปรี๊ดลดลงเยอะแล้ว

แล้วก็คิดว่าสัตว์เลี้ยงที่โชคร้ายในโลกนี้คงยังมีอีกมากมายหลายตัว มันเลือกเจ้านายไม่ได้ เหมือนกับที่มนุษย์เลือกเกิดไม่ได้ แต่มนุษย์ยังโชคดีกว่ามาก ที่สามารถเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองได้ แต่ไม่ใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ถ้าได้เจ้านายไม่ดีมาแล้ว ชีวิตก็คงจะมีแต่ความมืดมน ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมไป ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงชะตาตัวเองได้

อย่างน้อยก็ได้แต่หวังว่า เพื่อนๆของเราที่มีสัตว์เลี้ยง คงจะเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ ดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของตัวเองอย่างเต็มที่ … เป็นเจ้านายที่ดีกันทุกคนนะ

ขอบคุณที่ทนอ่าน