ก่อนจะเริ่มอ่าน…ขอให้ย้อนกลับไปอ่านหัวข้อใหม่อีกครั้ง ตรงคำว่า “ไง” กรุณาทำเสียงสูงๆ แบบว่า “แมวตัวนั้นงั้ย ทามะ – たま

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราได้ดูข่าวทางช่องเนชั่น รายการสีสันโลก (ขออภัย ถ้าจำชื่อรายการผิด) เป็นข่าวที่ทำให้ชาวทาสแมวต้องยิ้มค้างและกินข้าวได้อย่างมีความสุข หลังจากต้องทนดูข่าวการเมืองกับการขัดผลประโยชน์กันไปมาอยู่นานตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แถมช่วงนี้ยังพ่วงข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านเข้ามาอีก อย่างที่เค้าบอกกันมาว่า จากผลสำรวจ ชาวไทยมีความเครียดเพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านเศรษฐกินและการเมือง

แน่นอนว่าเรื่องที่ทำให้ชาวทาสแมวพึงพอใจ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องแมวไปได้

เจ้าตัวที่กำลังจะพูดถึงนี้เป็นแมวจรจัดเพศเมีย เชื้อชาติ-สัญชาติญี่ปุ่น ชื่อ “ทามะ – ??” หลายคนอาจรู้จักทามะดีอยู่แล้ว เพราะสำนักข่าวต่างๆเริ่มรายงานข่าวของทามะกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ทามะ เป็นแมวสามสีตามภาษาชาวบ้าน หรือถ้าจะแปลแบบตรงตัวก็คือ สีกระดองเต่ากระ (tortoiseshell or calico cat) ในข่าวเค้าไม่ได้บอกว่าเป็นพันธุ์อะไร แต่จากรูป เราฟันธงว่าเป็นพันธุ์ผสมแบบแมววัดบ้านเราเนี่ยแหละ

ทามะ เกิดและเติบโตที่สถานีรถไฟคิชิ อย่างที่บอกว่าทามะเป็นแมวจรจัด แต่ก็เป็นแมวจรจัดที่แสนจะโชคดี เพราะมันได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจากคุณป้าร้านขายของชำข้างสถานีรถไฟ ตั้งแต่เกิดในวันที่ 29 เมษายน 1999 จนถึงตอนนี้

ทามะ เริ่มเป็นแมวป๊อบปูล่าตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว เมื่อมันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายสถานีประจำสถานีรถไฟคิชิอย่างเป็นทางการ เนื่องจากรถไฟสายนี้ประสบปัญหาขาดทุน และจำเป็นต้องปลดพนักงานออก ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2006

สถานีรถไฟคิชิ เป็น 1 ใน 10 สถานี ของเส้นทางรถไฟสายคิชิกาวาที่มีระยะทางประมาณ 14.3 กิโลเมตร โดยอยู่ในความดูแลของบริษัทวากายามา อิเล็กทริก เรลเวย์

หน้าที่ของทามะก็คือการนั่งโพสต์ท่าให้ผู้โดยสารถ่ายรูป หรือถ้าใครจะแตะเนื้อต้องตัว ทามะก็ไม่ว่าอะไร แถมบางครั้งทามะยังโบกมือให้ผู้โดยสารอีกด้วย เค้าว่าทามะ จะอวยพรให้ผู้โดยสาร โดยเฉพาะคู่สามี-ภรรยา ด้วยการนั่งเอาขาหน้าชนกัน โชว์ขนรูปหัวใจที่หน้าอก ซึ่งมีความหมายว่า “โชคดี” ….. น่ารักซะ …

แมว เป็นสัตว์นำโชค ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ว่านายสถานีหน้าเหมียวจะช่วยอะไรได้ เพราะตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ ทามะ ตกลงรับงานในตำแหน่งนายสถานี ปรากฏว่าทางรถไฟสายนี้มีผู้โดยสารมากกว่า 2 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้วจนถึงเดือนมีนาคมปีนี้…..ว้าว  ว้าว  ว้าว  o_O

ว่ากันว่ามีการจัดทัวร์มาลงที่ สถานีคิชิโดยเฉพาะ เพื่อมาเยี่ยม ทามะ กันเลยทีเดียว … แว่วๆ มาว่ามีเพื่อนเราจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน ฝากเยี่ยมคุณนายทามะด้วยล่ะกัน จะให้ดีก็น่าจะมีของฝากยี่ห้อ ทามะ ติดไม้ติดมือมาบ้างก็น่าจะดีเหมือนกันนะ …

ด้วยผลงานระดับ CEO ของทามะ บริษัทจึงยกย่องทามะเป็น “super station master” แปลเป็นไทยว่าไงไม่รู้ แต่เค้าว่าเป็นตำแหน่งในระดับบริหาร และยังเป็นตำแหน่งสูงสุดของบริษัทในลำดับที่ 5 ซะด้วย

ถ้าเป็นคนอย่างเราๆ ได้เลื่อนขั้นทั้งที ก็อาจจะมีรถประจำตำแหน่งแถมมาด้วย แต่สำหรับทามะ รางวัลตอบแทนตำแหน่งใหม่ก็คือ ห้องทำงานของนายสถานี ซึ่งดัดแปลงจากช่องขายตั๋วเก่า ขนาด 1.8 ตารางเมตร พร้อมด้วยเบาะรองนั่ง พัดลม และห้องน้ำในตัว สำหรับให้ทามะได้พักผ่อนอิริยาบทบ้าง

ถึงทามะ จะมีหน้าที่แค่นั่งเก๊กหน้าสวยเฉยๆ ดูไม่น่าจะลำบากอะไร แต่ทามะก็ต้องทำงานทุกวัน เริ่มงานตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น ได้หยุดพักผ่อนวันอาทิตย์วันเดียว ทำงานหนักตามแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน สำหรับเรา เราว่าทามะ ทำงานหนักเกินไป เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนก็มีข่าวลิงเป็นพนักงานเสริฟในญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่เค้าบอกว่าลิงทำงานวันละ 2 ชั่วโมงตามกฏหมายแรงงาน เพราะฉะนั้น แมวก็น่าจะได้รับการคุ้มครองบ้าง

จริงๆแมว เป็นสัตว์รักสันโดษ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง หรือจะเรียกว่าเป็นสาวมั่นก็ได้ แถมแมวยังชอบนอนเป็นที่สุด เราล่ะสงสัยจริงๆ ว่าคุณทามะเค้านั่งรับแขกได้ไงทั้งวัน ทุกวัน วันละ 8 ชั่วโมง หรือเค้าอาจจะมีรายละเอียดนั้นนี้ที่เราไม่รู้ก็ได้ …..

นับไปนับมา ทามะ ก็อายุปาเข้าไป 9 ขวบแล้ว เกินครึ่งอายุเฉลี่ยของแมวซะอีก ถ้าเป็นคนก็อายุปาเข้าไป 52 แล้ว อีกไม่กี่ปี (หรือ 2 ปีแมว) ก็จะเกษียณได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข ไม่รู้ว่าทามะจะได้ทำงั้นรึเปล่า ถ้าโชคดี ทามะ อาจได้ย้ายมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เชียงใหม่ อย่างที่ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นเค้ากำลังฮิตกันอยู่ตอนนี้ก็ได้ แต่จะเป็นอย่างงั้นได้ไง ในเมื่อค่าตอบแทนของทามะก็คือ “อาหารแมว”

…..อืม………………………………..

แต่จะคิดงี้ก็ไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะถ้าเราเป็นทามะ เราก็คงจะไม่อยากได้บ้านหลังใหม่ เสื้อตัวใหม่ หรือแอร์บุ๊คเครื่องใหม่ แต่คงมีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบที่เหมือนไม่มีอะไรแบบนี้ …..

ลองคิดดูว่าจะมีความสุขมากขนาดไหน ถ้าเรามีคนรัก ได้กินอิ่ม นอนอุ่น และเหนือสิ่งอื่นใด คือได้รับความเคารพในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิต…..

…อยากรู้จังว่าทามะคิดยังไง น้อออออ….

เมื่อหลายปีก่อน เรามีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นประมาณสองอาทิตย์ นอกจากเที่ยวปราสาทนั้นนี้ กิจกรรมหลักของเราก็คือหาซื้อแมวเซรามิก แปลกใจที่เจอของพวกนี้ในร้านขายของที่ระลึกอยู่ตามวัดต่างๆ มีทั้งตัวน้อย ตัวเล็ก ตัวใหญ่ เยอะจนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

ก่อนไปก็คิดว่าต้องเจอแมวเยอะแน่ๆ เพราะอ่านในการ์ตูนเจ้าเหมียวไมเคิล มีแมวอยู่ที่มุมโน้นมุมนี้เต็มไปหมด ที่ไหนได้..อยู่สิบกว่าวัน เจอแมวแค่ 3 ตัว แถมยังเป็นแมวไม่รับแขกอีกตะหาก

ตัวแรกเจอในสวนสาธารณะ เป็นแมวจร ตัวผู้ สีส้ม ลายสลิด นอนอยู่บนกำแพงสูง เรายืนเรียกเมี๊ยว…เมี๊ยว… อยู่เกือบ 20 นาทีมันก็ยังไม่ยอมลงมาหา ก็เลยต้องใช้กล้องดิจิตอลปัญญาอ่อน ซูมสุดๆ ถ่ายรูปหน้าหยิ่งๆ สายตาเหยียดๆ ของมันเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ตัวที่สองกับสาม เจอในหมู่บ้านเล็กๆ ตอนที่เดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย เพราะไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าจะเที่ยวไหนบ้าง จำได้ว่าตอนนั้น พอเหลือบไปเห็นแมวสองตัวนอนอยู่หน้าประตูบ้าน เราก็รีบเดินข้ามถนนไปหา พอเราร้องเมี๊ยว…เมี๊ยว… ประมาณว่าทักทาย… แมวตัวแรกก็วิ่งหนีไป เหลือแมวตัวที่สอง สีดำ หน้าขาวเป็นดวงตรงจมูก นอนอยู่ เราก็นึกว่ามันโอเค ก็เลยค่อยๆยื่นมือเข้าไป ที่ไหนได้ มันกางเล็บ ตบมือเรา แล้ววิ่งเข้าบ้านไปเลย

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แมวไทยมีนิสัยเปิดเผยกว่าแมวญี่ปุ่น … แมวไทย ถ้ามันไม่ต้อนรับเรา มันจะแสดงออกทางสีหน้า แววตา หรือแม้แต่ท่าทาง… ทำคิ้วยุ่งๆ ตารีๆ แบบว่าไม่ไว้ใจนะเฟ้ย หรือทำตัวเอียงๆ เวลาเราเข้าไปใกล้ แบบว่าพร้อมลุกหนีทุกเมื่อ… ไม่ได้นิ่งสงบรอตบเหมือนแมวญี่ปุ่น

เกร็ดแมวเหมียว
ตามมาตรฐานทั่วไป แมวมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 12-15 ปี หรือถ้าเป็นคนก็ประมาณ 64-76 ปี แต่ถ้าเป็นแมวที่เลี้ยงในบ้าน และได้รับการดูแลแบบดีสุดๆ ทั้งด้านอาหาร อารมณ์ และการรักษาพยาบาล แมวกลุ่มนี้ก็จะมีอายุยืนถึง 21 ปีขึ้นไป หรือเป็นคนก็อายุมากกว่า 100 ปีทีเดียวเชียวแหละ

ส่วนมากแมวจรจัดจะเสียชีวิตในช่วง 2 ปีแรก สาเหตุก็มาจากความอดอยาก อุบัติเหตุ เชื้อโรค-ความเจ็บป่วย นักล่า และที่ไม่น่าให้อภัยที่สุดก็คือการใช้ยาพิษและความรุนแรงจากมนุษย์ ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ

รู้ได้ไง?? ว่าเทียบกับคนแล้ว แมวอายุเท่าไหร่ มีวิธีคิดง่ายๆ คือ ในขวบปีแรก แมวจะเท่ากับคนอายุ 15 ปี จากนั้นบวก 9 เข้าไปในขวบปีที่สอง แมวจะเท่ากับคนอายุ 24 ปี และบวกเพิ่มอีก 4 ในปีต่อๆไป

วิธีนี้เป็นวิธีคิดแบบเฉลี่ย อาจใช้ไม่ได้กับแมวบางสายพันธุ์ อย่างพวก เมนคูน (Maine Coons) แมวยักษ์ เราคิดเอาเองว่าวิธีนี้น่าจะใช้ไม่ได้กับแมวพันธุ์ใหญ่ๆ เพราะแมวพวกนี้จะโตช้า กว่าจะโตเต็มที่ก็ใช้เวลา 3-4 ปี ต่างจากแมวเล็กที่ปีเดียวก็โตเป็นหนุ่ม – สาวกันแล้ว

ขอบคุณที่ทนอ่าน